พระครูวินัยธร ซ่อง สุวณฺโณ - พระสังฆาธิการ

พระครูวินัยธร ซ่อง สุวณฺโณ


 
เกิด พ.ศ. ๒๔๑๒
อายุ ๘๐ ปี
พรรษา ๕๕
มรณภาพ ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๑
วัด วัดโฆษิตวิหาร
ท้องที่ ภูเก็ต
สังกัด มหานิกาย


เพิ่ม/แก้ไขข้อมูล

สถานะเดิม


     พระครูวินัยธร ซ่อง สุวณฺโณ มีนามเดิมว่า ซ่อง สุขสวัสดิ์ เกิดเมื่อวันเสาร์ เดือน ๑๒ ปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๔๑๒ เป็นบุตรคนที่ ๘ ของ นายทิม นางโกรย สุขสวัสดิ์ ภูมิลำเนาเดิมอยู่บ้านกลางตำบลหนองไทร อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

     ครั้นอายุสมควรแก่การศึกษาแล้ว บิดาได้นำไปฝากไว้ ในสำนักพระอธิการแทน วัดน้ำรอบอำเภอนั้น เพื่อจะได้ศึกษาอักษรสมัย ครั้นได้ศึกษาอักษรสมัยพอมีความชำนาญพอสมควรแก่สมัยนั้นแล้ว

     เมื่ออายุเจริญขึ้นสมควรแก่การบรรพชาได้แล้ว จึงได้บรรพชาเป็นสามเณร โดยมี พระกลัด เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้บรรพชาเป็นสามเณรอยู่ ๒ พรรษา เมื่อเหนื่อยหน่ายในสมณเพศแล้ว จึงได้สละเพศออกมาเป็นคฤหัสถ์ เพื่อประกอบอาชีพช่วยมารดาบิดา


อุปสมบท

     เมื่ออายุได้ ๒๕ ปี จึงได้เข้ามาอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดน้ำรอบ โดยมี พระอุปัชฌาย์เย็น วัดบางงอน เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการนุ้ย วัดท่าโขลง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการแทน เป็นพระอนุสาวนาจารย์

     อุปสมบทแล้วอยู่วัดน้ำรอบ เมื่ออุปสมบทแล้วก็หานิ่งนอนใจไม่ ได้อุตสาหะพยายามศึกษาพระธรรมวินัย กลับพระอธิการแทน ผู้เคยเป็นอาจารย์มาก่อนสิ้นเวลาได้ ๓ พรรษา ครั้นถึงพรรษา ๔ พระอธิการแทนก็ได้มรณภาพลง จึงได้รับหน้าที่เป็นเจ้าอาวาสต่อมา ได้อยู่บริหารวัดนั้นถึง ๖ พรรษา เห็นว่าการที่ได้บริหารวัดมาเป็นการเพียงพอแล้ว จึงใคร่จะเสาะแสวงหาหนทางสงบอันเกิดจากการเจริญภาวนา จึงได้บ่ายหน้าไปในที่ต่าง ๆ เพื่อจะหาท่านที่ชำนาญในวิธีนั้น ๆ เลยได้เข้าไปอาศัยอยู่ในสำนักของพระครูปรีชา วัดบางกล้วย รองเจ้าคณะจังหวัด ได้พำนักอาศัยอยู่ในสำนักนั้นได้ ๒ พรรษา พรรษา เมื่อจะออกจากนั้นก็สมาทานเอาอรัญญิกธุดงค์ ออกจากวัดได้มุ่งตรงไปแรงกูล (ย่างกุ้ง) เพื่อจะได้ไปกระทำสักการเคารพนมัสการพระบรมเกศาธาตุ เมื่อกลับจากแรงกูลหาได้กลับไปสู่ภูมิลำเนาเดิมไม่ ได้กลับมาที่จังหวัดภูเก็ต ได้มาอาศัยอยู่ที่วัดโฆษิตวิหารนี้ ศึกษาวิปัสสนากับท่านรอดอยู่ได้ถึง ๔ พรรษา ออกพรรษาที่ ๔ แล้วก็ได้สมาทานเอาอรัญญิกธุดงค์อีก ต่อแต่นั้นก็ได้มุ่งตรงไปสู่ซิลอน (เกาะลังกา) ด้วยอำนาจปสาทศรัทธาเพื่อที่จะได้กระทำคารวะนมัสการ พระพุทธบาทที่ภูเขาบรมโกฏ และพระบรมธาตุในสถานที่ต่างๆ ทั้ง ๑๖ แห่ง ได้พักอาศัยอยู่ ณ ที่นั่นสิ้นเวลาได้ ๒ เดือนเศษ แล้วจึงได้เดินทางกลับมาสู่วัดโฆษิตวิหารตามเดิม ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะอยู่คอยเฝ้าปฏิบัติรักษา ท่านรอดผู้เป็นอาจารย์สอนวิปัสสนา เพราะเห็นว่าท่านรอดอาจารย์ได้มีสังขารร่างกายชรา และทุกส่วนทุกพลภาพลงมากแล้ว อยู่จนกระทั่งท่านรอดผู้เป็นอาจารย์ ได้มรณภาพลงไปตามธรรมดาของสังขารได้จัดการฌาปนกิจศพท่านรอดผู้เป็นอาจารย์ของท่านเสร็จแล้ว ได้กลับไปสู่จังหวัดสุราษฎร์ธานีซึ่งเป็นภูมิลำเนาเดิมของท่านอีก เผื่อจะเยี่ยมญาติของท่านได้พักอยู่ ๑ พรรษา ครั้งต่อมาท่านชู วัดโฆษิตวิหารได้มรณภาพลง บรรดาพุทธบริษัททางภูเก็ตได้ชวนกันขอร้องไปเพื่อให้ท่านกลับมาสู่จังหวัดภูเก็ตอีก จะได้มาช่วยเหลือในการทำฌาปนกิจศพท่านชู เมื่อท่านได้ทำการปลงศพท่านชูสำเร็จแล้ว จึงได้พักอยู่ที่วัดโฆษิตวิหารตามเดิมอีก สมัยนั้น พระธรรมปาลาจารย์ เป็นเจ้าคณะมณฑลภูเก็ต ท่านได้พักอยู่ที่วัดโฆษิตวิหาร และได้มอบหมายให้ท่านช่วยเป็นเจ้าอาวาสสืบต่อไป คลังท่านได้รับมอบหมายเช่นนั้นแล้ว ก็ได้จัดการบริหารวัดให้เป็นการเรียบร้อย และให้มีความรุ่งเรืองเจริญดี สมกับที่ผู้ใหญ่ท่านได้ไว้วางใจและเชื่อความสามารถ สมกับที่ผู้ใหญ่ท่านประพฤติและปฏิบัติ ในตำแหน่งหน้าที่เรียบร้อยดีเช่นนั้น เป็นที่ชอบอก ต้องใจของท่านผู้ใหญ่เป็นอันมาก

ตำแหน่ง

ฝ่ายปกครอง

 เจ้าอาวาสวัดโฆษิตวิหาร

มรณกาล


     พระครูวินัยธร ซ่อง สุวณฺโณ มรณภาพ เมื่อวันจันทร์ ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๗ ปีชวด เวลา ๒๑.๐๐ น. ตรงกับวันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๑ อายุ ๘๐ พรรษา ๕๕

สมณศักดิ์


๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๒ เป็น พระครูวินัยธร ฐานานุกรมใน พระธรรมปาลาจารย์ เป็นเจ้าคณะมณฑลภูเก็ต
๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๒ เป็น พระครูวินัยธร ฐานานุกรมใน พระธรรมปาลาจารย์ เป็นเจ้าคณะมณฑลภูเก็ต

ผู้แนะนำข้อมูล


เกรียงศักดิ์ เมฆสุข

แจ้งเพิ่มข้อมูล info@sangkhatikan.com

www.sangkhatikan.com สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้ที่สนใจ ศึกษาข้อมูล และเป็นที่รวบรวมข้อมูลพระสังฆาธิการทั่วประเทศ
ทางผู้จัดทำขออนุญาติ เจ้าของรูปและข้อมูลทุกท่าน ที่นำมาเผยแพร่

พระสังฆาธิการ : sangkhatikan.com
สำนักงานweb : วัดสำโรงเหนือ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ๑๐๑๓๐
E-mail : info@sangkhatikan.com
Facebook