|
VIEW : 1,611
เพิ่ม/แก้ไขข้อมูลมีพี่น้องรวมด้วยกัน ๖ คน คือ
๑.นางขาว เหมพิจิตร
๒.นางสาวละออง บุญมาก
๓.นางน้ำค้าง บุญมาก
๔.นางน้ำผึ้ง บุญมาก
๕.พระพรหมมุนี (วิชมัย) วัดบวรนิเวศวิหาร
๖.พระวิมลธรรมภาณ (วิเวียร) วัดดวงแข
บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๒ ณ วัดดวงแข โดยมี เจ้าพระคุณสมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ (ต่อมาได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์) วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นพระอุปัชฌาย์
อุปสมบท เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ ณ พัทธสีมาวัดดวงแข กรุงเทพมหานคร โดยมี เจ้าพระคุณสมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ วัดบวรนิเวศวิหาร ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ พระสุพจนมุนี (ผิน สุวโจ) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระปลัดรัตน์ (ต่อมาได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระญาณวิสุทธิเถร) วัดดวงแข เป็นพระอนุสาวนาจารย์
หลังจากอุปสมบทแล้วได้ทำการสอบบาลีประโยค ๓ แต่ปรากฏว่าสอบตกจึงได้เดินทางกลับบ้านเกิดที่จังหวัดนครสวรรค์ โดยเข้าพักอาศัยอยู่กับท่านพระครูนิวุตถ์พรหมจรรย์ (หลวงพ่ออยู่) เจ้าอาวาสวัดบ้านแก่งหรือบิดาบุญธรรม และนี่คือวิถีชีวิตของหลวงปู่ที่ได้เปลี่ยนแปลงใหม่เมื่อเสียใจกับการสอบตกในการสอบบาลี หลวงพ่ออยู่ก็เลยให้หันเหชีวิตมาในแนวทางปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฎฐานและศึกษาพระเวทย์วิทยาคมจากหลวงพ่ออยู่แทนจนสำเร็จ (หลวงพ่ออยู่ วัดบ้านแก่งเป็นศิษย์เอกของ ๓ พระอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในสมัยก่อนคือศิษย์ของท่านพระครูวิมลคุณากรหรือหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท พระครูพิสิสถสมถคุณหรือหลวงปู่เฮง วัดเขาดิน จังหวัดนครสวรรค์ และพระครูนิวาสธรรมขันธ์หรือหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ จังหวัดนครสวรรค์) วิชาของ ๓ พระอาจารย์นี้หลวงพ่อได้ถ่ายทอดให้หลวงปู่วิเวียรจนหมดสิ้น ตำราพระเวทย์เหล่านี้หลวงปู่วิเวียรได้เคยเล่าให้ฟังว่าปัจจุบันนี้ยังอยู่ที่วัดบ้านแก่ง จังหวัดนครสวรรค์ หลวงปู่ได้เดินทางขึ้น-ลงระหว่างวัดดวงแขกับวัดบ้านแก่ง เวลาเข้าพรรษาจะอยู่ที่วัดดวงแข พอออกพรรษาจะมาอยู่ที่วัดบ้านแก่งเพื่อศึกษาพระเวทย์ต่างๆ กับหลวงพ่อตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๕ ถึง พ.ศ. ๒๔๙๑ หลวงพ่ออยู่ มรณภาพ พ.ศ. ๒๔๙๑ (อายุ ๗๒ ปี) เมื่อจัดการงานศพของหลวงพ่ออยู่เสร็จแล้วหลวงปู่ก็ได้เดินทางกลับวัดดวงแขเพื่อทบทวนพระเวทย์วิทยาต่างๆ จนถึงประมาณปี พ.ศ. ๒๔๙๕ หลวงปู่เล่าให้ฟังว่าในวันหนึ่งมีพระภิกษุชรารูปหนึ่งได้เดินเข้ามาในวัดดวงแข และขออนุญาตพัก ๑ คืน หลวงปู่ก็จัดที่พักให้ที่ศาลาสูง (ปัจจุบันรื้อไปแล้ว) หลวงปู่ก็จัดการกวาดวัดต่อไปจนเวลาประมาณเกือบ ๒ ทุ่ม หลวงปู่กวาดวัดเสร็จก็สรงน้ำเพื่อที่จะสวดมนต์ทำวัตร พระภิกษุชรารูปนั้นก็ได้กวักมือเรียกหลวงปู่ไปพบบอกว่าเดี๋ยวสวดมนต์ทำวัตรด้วยกัน เมื่อทั้งสองรูปพร้อมแล้วพระภิกษุชรารูปนั้นก็บอกว่าปลงอาบัติก่อนผมก็เป็นพระธรรมยุติเหมือนกับท่านบวชมาตั้งแต่เป็นเณร เมื่อปลงอาบัติเสร็จแล้วก็เริ่มสวดมนต์กันจนจบ หลวงปู่บอกว่าพระภิกษุชรารูปนี้สวดมนต์ได้เพราะมากอักขระชัดเจนสวดเก่งมาก เมื่อสวดมนต์เสร็จแล้วก็ให้นั่งกัมมัฏฐานประมาณครึ่งชั่วโมง พระภิกษุรูปนั้นก็สั่งให้หยุดนั่ง และสอบถามประวัติหลวงปู่ว่าใครอบรมสั่งสอนวิชาวิปัสสนากัมมัฏฐาน หลวงปู่บอกว่าท่านพระครูนิวุตถ์พรหมจรรย์ (หลวงพ่ออยู่) วัดบ้านแก่ง จังหวัดนครสวรรค์ พระภิกษุชรารูปนั้นก็ยกมือขึ้นไหว้แล้วพูดว่าท่านหลวงพ่ออยู่นี้เก่งมากอบรมศิษย์ได้ถึงขนาดนี้ พระภิกษุชรารูปนั้นก็บอกว่าตัวของท่านคือพระอาจารย์สิงห์แห่งโคราช เมื่อหลวงปู่ทราบก็ก้มลงกราบเท้าพระอาจารย์สิงห์ พระอาจารย์สิงห์เลยบอกให้หลวงปู่ไปจัดดอกไม้ธูปเทียนผ้าขาวน้ำเปล่าอีก ๑ แก้ว พระอาจารย์สิงห์ก็ให้หลวงปู่ถวายท่านเพื่อทำการศึกษาวิชาพระเวทย์วิทยาต่าง ๆ และได้อบรมสั่งสอนวิปัสสนากัมมัฏฐานต่อจนสำเร็จในวิชาของท่าน ในครั้งนั้นพระอาจารย์สิงห์ได้อยู่พักที่วัดดวงแข ๑๐ วัน ได้สอนให้หลวงปู่เขียนอักขระเลขยันต์ต่าง ๆ มากมาย หลวงปู่บอกว่าวิชากัมมัฏฐานของพระอาจารย์สิงห์นั้นเป็นวิชาที่ลึกซึ้งมากต้องใช้เวลานานกว่า ๕ ปี ถึงเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ ที่ท่านแนะนำมา ในระหว่างที่ศึกษาอยู่กับพระอาจารย์สิงห์นั้นพระอาจารย์สิงห์ได้เล่าให้ฟังถึงเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับพระอาจารย์มั่น และพระอาจารย์ต่าง ๆ ถ้าหากว่าหลวงปู่เดินทางผ่านไปก็ให้ไปกราบพบครูบาอาจารย์เหล่านั้นได้ เมื่อพระอาจารย์สิงห์เดินทางกลับไปจังหวัดนครราชสีมาแล้ว หลวงปู่ก็ได้พบกับพระอาจารย์สิงห์อีกหลายครั้งด้วยกัน อาทิ วัดบรมนิวาส วัดปทุมวนาราม และที่ต่างจังหวัดอีกหลายครั้งรวมทั้งเคยร่วมธุดงค์ไปกับพระอาจารย์สิงห์ถึงประเทศลาว ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๐๐ หลวงปู่ได้ไปศึกษาวิชาการลบผงจากหลวงพ่อโด่ หลวงปู่เล่าไปให้ฟังว่าหลวงพ่อโด่เก่งมาก ปลุกเสกพระหรือปลัดถึงกับลอยได้วิ่งได้เลยทีเดียวนับได้ว่าพระอาจารย์ของหลวงปู่อีกรูปหนึ่ง ส่วนสหธรรมิกที่สนิทมีด้วยกันหลายรูป เช่น หลวงปู่อยู่ วัดใหม่หนองพระอง จังหวัดสมุทรสาคร หลวงพ่อสนิท วัดศีลขันธาราม จังหวัดอ่างทอง หลวงปู่บุญญฤทธิ์ ที่พักสงฆ์สวนทิพย์ ฯลฯ
นักธรรมชั้นเอก |
พ.ศ. ๒๕๐๒ | เป็น กรรมการตรวจธรรมสนามหลวง |
พ.ศ. ๒๕๐๘ | เป็น ที่ปรึกษาเลขาธิการคณะธรรมยุต (ธ) |
พ.ศ. ๒๕๑๙ | เป็น รองเจ้าอาวาสวัดดวงแข |
พ.ศ. ๒๕๒๒ | เป็น ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๔ - ๕ - ๖ - ๗ (ธ) |
พ.ศ. ๒๕๓๒ | เป็น ที่ปรึกษาเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร (ธ) |
พ.ศ. ๒๕๓๕ | เป็น เจ้าอาวาสวัดดวงแข |
พระวิมลธรรมภาณ (วิเวียร ฐิตปุญโญ) ละสังขาร เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ เวลา ๒๒.๐๐ น. สิริรวมอายุได้ ๗๒ ปี พรรษา ๕๒
พ.ศ. ๒๕๐๒ เป็น
พระครูปลัด
|
พ.ศ. ๒๕๑๖ เป็น
พระครูปลัดธรรมจริยวัฒน์ (พระครูปลัดของพระราชาคณะชั้นธรรม)
|
พ.ศ. ๒๕๓๒ เป็น
พระครูปลัดสุวัฑฒนพรหมจริยคุณ (พระครูปลัดของพระราชาคณะเจ้าคณะรอง)
|
๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ เป็น
พระราชาคณะชั้นสามัญ
ที่ พระวิมลธรรมภาณ
[1]
|
1. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, เล่ม ๑๑๐, ตอนที่ ๒๐๒ ง, ๖ ธันวาคม ๒๕๓๖, หน้า ๖ |
ทำเนียบอดีตพระราชาคณะภาคเหนือ |
แจ้งเพิ่มข้อมูล info@sangkhatikan.com
www.sangkhatikan.com สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้ที่สนใจ ศึกษาข้อมูล และเป็นที่รวบรวมข้อมูลพระสังฆาธิการทั่วประเทศ
ทางผู้จัดทำขออนุญาติ เจ้าของรูปและข้อมูลทุกท่าน ที่นำมาเผยแพร่
พระสังฆาธิการ : sangkhatikan.com
สำนักงานweb : วัดสำโรงเหนือ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ๑๐๑๓๐
E-mail : info@sangkhatikan.com
Facebook